ใบรับรองคุณภาพเพชร

ใบรับรองคุณภาพเพชร (Diamond Certificate or Diamond Grading Report) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "ใบเซอร์" เป็นเอกสารที่ระบุคุณสมบัติของเพชรเม็ดหนึ่ง ๆ โดยที่จะไม่มีเม็ดใดเหมือนกันเลย เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของเพชรเม็ดนั้น คุณสมบัติที่ระบุอยู่ในเอกสารนี้ ได้แก่ สัดส่วน น้ำหนักกะรัต การเจียระไน และคุณภาพอื่น ๆ ของเพชร แต่จะไม่มีการประเมินราคาเพชรไว้ในใบรับรองคุณภาพ เอกสารนี้จะออกโดยสถาบันอัญมณีศาสตร์ (Gemological Institute) ต่าง ๆ เช่น Gemological Institute of America (GIA) เป็นสถาบันที่ได้รับความน่าเชื่อถือและความนิยมที่สุด Hoge Raad Voor Diamant (HRD) (Diamond High Council, Belgium) เป็นสถาบันที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลเบลเยี่ยม มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือมากเช่นกัน กรณีของประเทศไทยก็มีสถาบันที่รับตรวจสอบและออกใบรับรองคุณภาพเพชร เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) เป็นต้น

certificate ต่างกับ warranty

warranty คือใบรับประกันคุณภาพสินค้า จะระบุ วัน / เดือน / ปี ที่มีการซื้อ - ขาย และกำหนดระยะเวลาของการรับประกัน

certificate จะไม่ระบุมูลค่าของสินค้า แต่จะระบุ วัน / เดือน / ปี ที่ได้รับการตรวจสอบ ไม่มีวันหมดอายุ เนื่องจากติดมากับเพชรเม็ดนั้น ๆ

  • ทำไมต้องมีใบรับรอง

    • ทำให้มั่นใจอย่างสูงสุดว่าจะได้รับคุณภาพเพชรที่ต้องการจริง ๆ เท่านั้น
    • ประหยัดเวลาหาความรู้ไปได้มาก ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเพชรก็สามารถซื้อได้อย่างมั่นใจ
    • สามารถเปรียบเทียบราคาจากร้านจิวเวลรี่หลาย ๆ ร้านสำหรับราคาที่ดีที่สุด โดยใช้คุณภาพในใบรับรองเป็นการอ้างอิง
    • หาก มองว่าเพชรคือการลงทุนแล้ว ใบรับรองจะเป็นการปกป้องการลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเพชรแต่ละเม็ดมีคุณภาพเป็นอย่างไร สามารถนำไปอ้างอิงกับราคาในตลาดได้
    • หากต้องมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยน ตัวเรือน คุณสามารถตรวจดูได้ว่าคุณได้เพชรเม็ดเดิมกลับมาหรือไม่ ไม่มีเพชรเม็ดใดในโลกที่เหมือนกันเนื่องจาก Inclusion ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่ง Inclusion เหล่านี้เป็นสิ่งที่ใช้แยกความแตกต่างเพชรของแต่ละเม็ดออกจากกัน โดยในใบรับรองจะระบุขนาด/ตำแหน่งของ Inclusion ไว้ ทำให้สามารถตรวจสอบเพชรจากใบรับรองได้ทันที

รายละเอียดในใบรับรองคุณภาพ

ใบรับรองคุณภาพของแต่ละสถาบันก็จะมีหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยหลัก ๆ แล้วจะประกอบไปด้วยข้อมูลคล้าย ๆ กัน จะขอยกตัวอย่างใบรับรองคุณภาพของ GIA ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลดังนี้

certificate
  1. Identification number

    1. หมายเลขใบรับรองคุณภาพที่ช่วยให้สามารถย้อนหาข้อมูลของเพชรเม็ดนั้นได้จากสถาบันที่ออกใบรับรอง
  2. Shape and Cutting Style

    1. บอกถึงรูปทรงของเพชร เช่น Emerald, Brilliant Cuts (Round, Oval, Pear, Heart, Marquise) สำหรับ Princess Cut ในใบรับรองคุณภาพของ GIA จะใช้คำว่า square modified brilliant
      Radiant จะใช้คำว่า rectangular cut-cornered modified brilliant
      และ Asscher จะใช้คำว่า square emerald
    square modified brilliantrectangular cut-cornered modified brilliantsquare emerald
  3. Measurement

    1. ระบุเป็นมิลลิเมตรจนถึงทศนิยมตำแหน่งที่สองซึ่งจะวัดจากเครื่องมือวัดอัญมณี และเครื่องประดับโดยเฉพาะ ประกอบด้วยความยาว ความกว้าง และความสูง ด้วยข้อมูลที่ละเอียดถึงทศนิยมตำแหน่งที่สอง จึงเป็นประโยชน์ในกรณีที่เพชรถูกสับเปลี่ยน เพราะเป็นเรื่องยากที่จะสามารถหาเพชรที่มีขนาดได้เท่ากันพอดี
  4. Weight

    1. น้ำหนักของเพชร มีหน่วยเป็นกะรัต (carat)
  5. Proportions

    1. ระบุส่วนต่าง ๆ ของเพชร ได้แก่
    1. Depth

      1. เปอร์เซนต์ (%) ความสูงเมื่อเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลาง
    2. Table

      1. เปอร์เซนต์ (%) ความกว้างของหน้า table เมื่อเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลาง
    3. Girdle

      1. ระบุตั้งแต่ thin จนถึง extremely thick พร้อมกับลักษณะที่ได้รับการเจียระไน (faceted) หรือไม่ได้เจียระไน (unpolished)
    4. Culet

      1. ระบุตั้งแต่ large ถึง non-existent โดย culet ที่ระบุว่า large จะถือว่าไม่สามารถยอมรับได้ (unacceptable)
    5. diamond anatomy
    6. Finish

      1. บอกถึงระดับของการขัดเงาและสมมาตรของเพชร โดยสมมาตรจะแสดงให้เห็นถึงการเรียงตัวที่สมดุลกันระหว่างหน้าเจียระไนของ crown กับ pavillion ซึ่งจะระบุเป็นgood, very good หรือ excellent
  6. Clarity

    1. เปรียบเทียบจาก GIA grading scale โดยจะระบุเพียงแค่ระดับเดียวเท่านั้น ไม่มีการระบุเป็นช่วง (เช่น VS2-VS1) หรือระบุโดยไม่มีตัวเลขกำกับ (เช่น VS หรือ SI)
  7. Color

    1. เปรียบเทียบจาก GIA grading scale โดยระบุระดับของสีเพียงระดับเดียวเท่านั้น ไม่มีการระบุเป็นช่วง (เช่น G-H)
  8. Fluorescence

    1. เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อเพชรได้รับแสงอัลตราไวโอเลต แสงที่เกิดขึ้นจะมีสีฟ้า แต่ก็พบสีอื่น ๆ ด้วย เช่น เหลือง ส้ม ขาว และเขียว โดยเพชรประมาณ 35% ของเพชรที่มีคุณภาพจะเรืองแสงได้ภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต และมีประมาณ 10% ของเพชรที่มีคุณภาพจะสามารถเรืองแสงได้ภายใต้แสงอาทิตย์ และแสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ และจำนวนน้อยกว่า 2% ของเพชรจะสามารถเรืองแสงได้มากจนทำให้เพชรมีความขุ่นมัว (foggy or milky)
    Fluorescence
  9. Comments

    1. รายละเอียดอื่น ๆ นอกเหนือจากข้อมูลพื้นฐานที่ทางสถาบันต้องการให้ทราบ โดยทั่วไปจะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่ไม่มีผลต่อคุณค่าของเพชร
  10. Plot

    1. รูปวาดที่เห็นด้านล่างจะแสดงมลทินภายใน (internal inclusion) และตำหนิภายนอก (external blemish) ที่สามารถมองเห็นได้ภายใต้กำลังขยาย 10 เท่า มลทินและตำหนิเหล่านี้จะวาดลงไปให้อยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่พบในเพชร โดยระบุชนิดและขนาดลงไปด้วย ซึ่งมีประโยชน์ในการระบุความแตกต่างของเพชรแต่ละเม็ด